Wednesday, 19 June 2024
NEWS

ความชัดเจนการเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.

วันที่ 22 มี.ค.2566 - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความชัดเจนการเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคว่า

 

โดยหลักการผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่งเป็นของหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว นอกจาก พล.อ.ประวิตรจะติดขัดก็จะพิจารณาอีกที ส่วนลำดับอื่นๆ จะเป็นกรรมการบริหารพรรคเรียงไปตามลำดับ ถือเป็นเรื่องปกติของทุกพรรคการเมือง ยกเว้นบางพรรคที่เป็นครอบครัวอาจให้หัวหน้าครอบครัวก่อน หรืออาจมีใครที่ใหญ่กว่าหัวหน้าพรรค เพราะโครงสร้างแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน

 

แต่สำหรับพรรคพลังประชารัฐหัวหน้าพรรคคือเบอร์หนึ่งแน่นอน นายชัยวุฒิ กล่าวว่าส่วนพรรคพลังประชารัฐจะมีความชัดเจน เรื่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อเมื่อไหร่นั้น น่าจะเป็นวันที่ 28 มี.ค.นี้ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ของพรรค

 

เพราะต้องมีการประชุมทำไพรมารีโหวตก่อน และต้องประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพราะกระบวนการพิจารณาสุดท้าย อยู่ที่กรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 มี.ค.นี้ และวันที่ 30 มี.ค.จะแถลงเปิดตัว

 

จะให้ซื้อลอตเตอรี่ได้อย่างเท่าเทียมในราคา 80 บาท ยิ้มอย่างมีความสุข ซื้อหวยอย่างมีความสุข เลือกครูปรีชาครับ

21 มี.ค.2566 - เมื่อเวลา 17.00 น. เพจสำนักข่าวกาญจน์ โพสต์คลิปเปิดตัว ครูปรีชา หวย 30 ล้าน ที่อัดคลิป ประชาสัมพันธ์ตัวเองในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 โดยสวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีขาว พรรคประชากรไทย ได้รับความสนใจฮือฮาจากชาวโซเชียลพอสมควร 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายปรีชา ใคร่ครวญ เปิดเผยว่า ตนได้ตัดสินใจลงสมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 1 ในนามพรรคประชากรไทย โดยในวันนี้ (22 มี.ค.) จะเปิดตัวที่สำนักงานใหญ่พรรคประชากรไทย ชอบพรรคนี้ตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบท่านสมัคร สุนทรเวช พูดปราศรัยดีมาก เป็นทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้ว่าฯ กทม. อดีตรัฐมนตรี และพรรคนี้เป็นพรรคที่ใกล้ชิดประชาชน ตนอยากใกล้ชิดประชาชน อยากช่วยเหลือประชาชน จึงลงสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 ในครั้งนี้ ส่วนนโยบาย ถ้าได้รับเลือกเป็น ส.ส.จะผลักดันไม่ให้ขายสลากลอตเตอรี่เกินราคา จะให้ซื้อลอตเตอรี่ได้อย่างเท่าเทียมในราคา 80 บาท ยิ้มอย่างมีความสุข ซื้อหวยอย่างมีความสุข เลือกครูปรีชาครับ

ครูปรีชา เดิมเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนเทพมงคลรังษี ต่อมาเป็นคู่ความในคดีหวย 30ล้าน ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนติดตามทำข่าวอย่างต่อเนื่อง ครูปรีชาโด่งดังมากเมื่อเป็นคู่กรณีที่มีการสอบสวนสืบสวนและมีการฟ้องร้องไต่สวนพิพากษาคดีล้วนเป็นข่าวที่ประชาชนสนใจติดตามคดีหวย 30 ล้านไปทั่วประเทศ

ต้องได้ 100 เสียง อนุทิน ตั้งเป้าภูมิใจไทย เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล สร้างความปรองดอง ประชาชนอยู่ดีกินดี เน้นพัฒนาฐานราก

วันที่ 21 มี.ค.2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์หลังจากยุบสภา ว่า พรรคพร้อมเลือกตั้ง เราเตรียมตัวมานานแล้ว จากนี้จะเร่งสร้างความไว้วางใจให้ประชาชน

ที่ผ่านมามีเสียงวิจารณ์ว่าเราดำเนินการเพื่อไปเป็นพรรคตัวแปร แล้วร่วมรัฐบาล ตนขอบอกว่า ถ้าคิดแบบนั้น เรามีแค่ 30-40 เสียง ก็ได้แล้ว ไม่ต้องตั้งใจจะเอามากมาย แต่ตนในฐานะหัวหน้าพรรค มองว่านอกจากโอกาสทำงาน เราต้องพาประเทศไทยสู่ความรุ่งเรืองอย่างมั่นคง ปรองดอง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นความโดดเด่นของพรรค เราต้องนำทั้งฝ่ายอนุรักษ์ และฝ่ายประชาธิปไตย มาร่วมมือกัน เดินหน้าพัฒนาประเทศ

“เราต้องสร้างให้ประชาชนแข็งแรงก่อน ถ้าฐานมันแข็งแรง ส่วนอื่นๆ ก็แข็งแรง ถ้าฐานอ่อนแอ มันก็พังทั้งหมด ตอนนี้ประชาชนต้องหาทางให้อยู่ดี กิน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เราเลยมีนโยบายพักหนี้ 3 ปี ไม่เกิน 1 ล้านบาท มีนโยบายเกษตรร่ำรวย เพื่อช่วยเหลือประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามถึงจำนวน ส.ส.ที่คาดว่าพรรคจะได้รับ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะถึง 100 เสียง ปัจจุบัน มีประมาณ 75 ที่นั่ง เป้าของเราไป 100 แล้วตอนนี้ เมื่อถามย้ำถึงตัวเลข 70 ที่นั่ง นายอนุทิน กล่าวว่า อันนั้นเป็นข้อมูลของโพลทั่วไป แต่เป้าของเราต้องแตะหลัก 100 ที่นั่ง

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมา เราทำงานด้วยกันได้ ทุกพรรคล้วนมีผลงาน ตั้งใจทำงาน เป็นความร่วมมือที่ดี รัฐบาลผสมก็มีส่วนดี มันเช็กแอนด์บาลานซ์

เมื่อถามว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องรอหลังเลือกตั้งแล้วหารือกัน เพราะมีปัจจัยจำนวนมากให้ต้องคิด ทั้งเสียง ส.ส. ที่แต่ละพรรคจะได้ ทั้งท่าทีของ ส.ว.

เมื่อถามว่าการโจมตีทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับพรรคภูมิใจไทย กระทบกับคะแนนเสียงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมองว่าพรรคเรามีราคา ก็ต้องถูกด้อยค่า แค่นั้นเอง เราจะไม่ไปสู้ แต่จะลุยหาเสียง สร้างความไว้ใจกับประชาชนดีกว่า เพราะการที่เรามามัวโต้ตอบ อาจทำให้เราพลาดลงพื้นที่ไป 10-20 ตำบล

เรื่องที่เขาพูด มันชัดอยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริง อย่างเรื่องเงินเข้าธนาคาร 30,000 ล้านบาท มันเป็นไปได้ที่ไหน เงินเข้ามาขนาดนี้ ถูกตรวจสอบตาย แล้วมาบอกว่ามีทุจริตรถไฟฟ้าสายสีส้ม นี่ก็เป็นไปไม่ได้ เรื่องยังไม่ผ่านครม.เลย กาลเวลาจะพิสูจน์เอง

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เผยภายในปีนี้ จะมีรถขนส่งไฟฟ้า เปิดให้บริการในไทย 71 คัน

วันนี้ (20 มี.ค. 66) ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศชั้นนำของโลก ขยายจำนวนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช้ในการขนส่งในประเทศไทย โดยเพิ่มรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าอีก 16 คัน ในการจัดส่งแบบลาสไมล์ นอกเหนือจากรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 50 คันที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน การขยายจำนวนการใช้งานรถ EV ในครั้งนี้ทำให้ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการลอจิสติกส์รายแรกในประเทศไทยที่เปลี่ยนไปใช้รถ EV ในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ รถขนส่งพลังงานไฟฟ้านี้เริ่มทำการขนส่งสินค้าในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2566 

 

โดยให้บริการในกรุงเทพ เขตพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ สาทร, สีลม, ปทุมวัน, พระราม 3, ถนนสุขุมวิท, และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยดีเอชแอลมีแผนที่จะเพิ่มรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าอีก 5 คันในเฟสถัดไป เพื่อใช้งานในเส้นทางภาคตะวันออก ซึ่งจะทำให้ดีเอชแอลมีรถ EV ที่ให้บริการทั้งหมดในประเทศไทยรวมจำนวน 71 คัน ภายในปี 2566 ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนมาใช้รถ EV เป็นจำนวน 60% ของยานพาหนะทั้งหมดในประเทศไทย ภายในปี 2573

 

เฮอร์เบิร์ต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย และหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็นภารกิจที่เราให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง และดีเอชแอลมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ระดับโลก เราจำเป็นต้องผลักดันให้ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในการดำเนินงานด้านลอจิสติกส์ และเรากำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2593 

 

โดยให้ความสำคัญกับการเป็นกรีนลอจิสติกส์ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย ตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งสิ้น 436 ตันต่อปี โดยรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าชุดนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการนำเราไปสู่ลอจิสติกส์ที่ยั่งยืน และการสร้างอนาคตที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ทุกคน”

เพชรบุรี กระตุ้นท่องเที่ยว จัดงานวิ่งบิกินีบีชรัน 2023 ปชช. นทท. ร่วมงานคึกคัก

เมื่อวานนี้ (19 มี.ค. 66)  นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิด งานวิ่งบิกินีบีชรัน 2023  ครั้งที่ 14 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเพชรบุรีให้คึกคัก โดยมี  นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรม ไทยภาคตะวันตก  สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเพชรบุรี  JOG & JOY และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดงานอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณชายหาดชะอำ หน้าโรงแรมลองบีช จังหวัดเพชรบุรี  

 

งานวิ่งบิกินี่บีชรัน 2023"ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่14  ที่ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว หาดชะอำจังหวัดเพชรบุรีให้คึกคัก  เปิดกิจกรรมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ตามนโยบายของรัฐบาล   ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพในรูปแบบใหม่  ให้สอดคล้องกับเมืองท่องเที่ยวชายทะเล  และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ  ยกระดับการจัดการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนนานาชาติ ให้กับหาดชะอำ โดยเป็นงานวิ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันใส่บิกินี่แข่งขัน เพราะใช้เส้นทางวิ่งเลียบหาดชะอำ  ซึ่งในช่วงสุดท้ายนักวิ่งทุกคนจะต้องวิ่งบนชายหาด ระยะทางกว่า2กิโลเมตร โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น4ประเภท ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน 21.กม., มินิมาราธอน10.5กม. และบิกินี่ รัน10.5กม. โดยมีนักวิ่งสนใจเข้าร่วมกิจกรรมนับ 1,000 คน  ส่งผลให้ชายหาดชะอำคึกคักยิ่งขึ้น

ประสิทธิ์ชัย ฟาด เพื่อไทย-ปชป. กัญชาการแพทย์ ต้องใช้ด้วยแพทย์ จึงจะเรียกว่าการแพทย์

“ประสิทธิ์ชัย” โพสต์ฟาดเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ กัญชาทางการแพทย์ต้องควบคุมด้วยแพทย์ ไม่จริง ชี้ประชาชนเชี่ยวชาญกว่าเพราะใช้มานับ 100 ปี ยกบทเรียน ธุรกิจหากินกับยาแผนปัจจุบันรวยอู้ฟู่ ลั่นภาคประชาชนไม่ยอม แม้ พ.ร.บ.กัญชา จะไม่ผ่านสมัยประชุมนี้ ลุยอบรมปลูกและทำยาอย่างมีคุณภาพที่ทำมาแล้ว ทำต่อ เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

 

นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุ ถึงกัญชาทางการแพทย์ว่า กัญชาทางการแพทย์ ต้องใช้ด้วยแพทย์ จึงจะเรียกว่าการแพทย์ นี่คือวัฒนธรรมแห่งอำนาจ

กัญชาต้นเดียวกันเมื่อจ่ายด้วยประชาชนคนธรรมดากลับไม่เรียกว่าการแพทย์ จะเป็นการแพทย์หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าใครจ่าย ไม่ได้ขึ้นกับคุณสมบัติของกัญชา อันนี้คือวัฒนธรรมอำนาจชนิดหนึ่ง วัฒนธรรมที่มอบอำนาจให้กับผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยชี้ขาด วัฒนธรรมเช่นนี้แฝงอยู่ในทุกระบบ และเบียดขับประชาชนตลอดมา ประชาชนคือผู้โง่เขลาไม่สามารถมีสติปัญญาในการวินิจฉัยเรื่องราว

 

แกนนำเครือข่ายประชาชนฯ กล่าวด้วยว่า การพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มอบอำนาจให้ผู้เชี่ยวชาญ จนก่อเกิดหายนะด้านสิ่งแวดล้อมและเบียดขับประชาชนทั่วประเทศ การพิจารณาผังเมืองซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นอยู่ของประชาชนกลับมอบอำนาจให้ผู้ชำนาญการที่เรียกว่ากรรมการผังเมืองระดับชาติ การมอบอำนาจให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัย มันจะกลายเป็นกลไกแห่งการควบคุมเสมอ และเป็นกลไกการปิดปากประชาชนได้เป็นอย่างดี เพราะผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยแล้วและกฎหมายก็ออกแบบให้มีสภาพบังคับว่าการวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญเป็นที่สิ้นสุด

 

นายประสิทธิ์ชัย กล่าวว่า กัญชา พืชต้นหนึ่งที่ปลูกกันมานับพันปี พอมันมีมูลค่าและมีคุณสมบัติทางยา จึงเอากัญชาไปเข้าแนวคิดเดิมในวัฒนธรรมแห่งอำนาจ คือ มอบให้ผู้เชี่ยวชาญ มีสิทธิวินิจฉัยว่าใครจะใช้ได้หรือไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ใช้รักษากันมานับแสนคนโดยหมอพื้นบ้านและประชาชนทำกันเอง น่าอัปยศที่สุด ที่ยังคงมีคนสยบยอมต่อวัฒนธรรมอำนาจชนิดนี้อย่างน้อยที่สุด พรรคเพื่อไทยก็คิดตรงกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเอากัญชาเข้าสู่วัฒนธรรมแห่งอำนาจนี้ คือ การตัดสิทธิของประชาชนในการใช้พืชต้นหนึ่งไปให้กับพวกหมอ ซึ่งไม่เคยใช้กัญชาและรังเกียจกัญชา อย่างน้อยชมรมแพทย์ชนบทก็คิดตรงกับแพทยสภาที่จะเอากัญชาเข้าสู่วัฒนธรรมแห่งอำนาจ เพราะเมื่ออำนาจอยู่ในมือหมอนึกออกไหมว่าหลังจากนี้ผลประโยชน์โคตรมหาศาลจะตกอยู่กับใคร

 

“ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกสถาปนาขึ้นมานั้น ดูวุฒิการศึกษา ดูตำแหน่งฐานะ ความหายนะจึงเกิดขึ้น เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำสิ่งแวดล้อมพังทลายมามากมาย เพราะไม่ได้รู้จักพื้นที่จริงเท่าประชาชน คำถามถัดมาเรื่องกัญชา คือ หากมอบให้หมอแผนปัจจุบันดำเนินการจะเกิดอะไรขึ้น ต้นกัญชาจะถูกเอามาจากบริษัท เพราะชาวบ้านถูกมองว่าปลูกไม่ได้มาตรฐาน ท้ายที่สุด กัญชาก็เป็นมูลค่ามหาศาลที่กอบกินกันได้ เหมือนมูลค่ายาแผนปัจจุบันปีละหลายแสนล้าน พวกหมอคนไหนได้ประโยชน์จากระบบยานี้บ้าง เมื่อเราศรัทธาวัฒนธรรมแห่งอำนาจไม่มีทางที่ประชาชนจะเติบโต เขาจะคุมเราทุกระบบ ซึ่งพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์คิดตรงกัน เพราะสองพรรคนี้ศรัทธาในวัฒนธรรมอำนาจ น่าเศร้าที่เขาเอากัญชา ไปใส่พานให้กลไกผู้เชี่ยวชาญ เราใช้กัญชากันมานับ100 ปี ไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนหมอแผนใหม่ซึ่งไม่เคยจ่ายกัญชาและรังเกียจกัญชา กำลังจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะว่าวัฒนธรรมแห่งอำนาจฝังลึกในจิตสำนึก จนกลายเป็นสิ่งชอบธรรม แต่เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย จะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้วัฒนธรรมแห่งอำนาจที่จะเอาสิทธิกัญชาไปจากประชาชน” นายประสิทธิ์ชัย กล่าว

 

สอดคล้องกับ นายอัครเดช ฉากจินดา แกนนำเครือข่ายภาคประชาชนอีกคน ที่มองว่า กัญชาทางการแพทย์ คือ การใช้กัญชาเพื่อการรักษา ไม่ได้หมายความว่า จะต้องจ่ายโดยแพทย์จึงจะเรียกว่ากัญชาทางการแพทย์ ระบบสุขภาพของประเทศนี้เมื่อฝากไว้กับระบบเดียวคือแพทย์สมัยใหม่ ลองดูตัวชี้วัดเราจะพบการเพิ่มขึ้นของโรค จำนวนคนเป็นโรค และ การเติบโตของโรงพยาบาล สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกับระบบการแพทย์ที่ก้าวหน้า มีแต่การออกแบบระบบนิเวศแห่งการรักษาที่หลากหลายจึงจะฟื้นคืนระบบสุขภาพของประชาชนในประเทศนี้ได้

 

ด้าน สหพร ทิพย์จำนงค์ เครือข่ายประชาชน แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุค ว่า กัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้นเป็นวาทกรรมให้ดูดีเพื่อให้ใครมากมายได้มีโอกาสได้แกล้งโง่และโง่แบบไม่แกล้ง เพราะมีความพยายามมานานเรื่องผลักดันเป็นยาเพื่อการแพทย์ เพราะมันตอบโจทย์เกิน100 โรค แต่วงการแพทย์สมัยใหม่ไม่สน ใจ เพราะมันไปขัดผลประโยชน์ใคร มาวันนี้ดันวาทกรรมเพื่อการแพทย์เพื่อให้ดูดี ให้เห็นความเป็นห่วงสังคม บังเอิญเป็นสังคมที่ป่วยล้นและสร้างกำไรสร้างความมั่นคงให้อาชีพที่หากินกับความป่วยไข้ เพราะมันยังต้องใช้การวินิจฉัยของแพทย์ที่ต่อต้านกัญชาภายใต้วาทกรรมเพื่อการแพทย์ แต่มันไม่ใช่เพื่อแพทย์ เพราะสุดท้ายคือตัวเลือกสุดท้ายที่คง ไม่ได้เลือก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายกัญชาเพื่อประชาชน ได้จัดอบรมทำยากัญชารุ่นที่ 1 ที่ จังหวัดกระบี่ โดยวัตถุประสงค์ของการอบรมในครั้งนี้ คือ สอนการปลูกและการทำยากัญชา เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กลับมายังท้องถิ่นและตัวผู้คนในชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และกระบวนการพัฒนาดังกล่าวคือการสถาปนาสิทธิของประชาชน นั่นหมายถึงว่าไม่ว่าการเมืองจะแปรผันไปเป็นแบบไหนก็ตาม การสถาปนาสิทธิของประชาชนดังกล่าวเป็นสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่จะใช้พืชต้นหนึ่งสำหรับดูแลชีวิตตัวเอง

 

#ภาคกลางไทม์

"หยุดดัดจริตประเทศไทย"

วานนี้ ( 17 มี.ค. 66) ณ โดมอเนกประสงค์ ฝั่งช่างอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายณภัทร ชุ่มจิตตรี ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ร่วมกิจกรรมเสวนากับนักศึกษาในหัวข้อ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" และงานนัดพบแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2566 โดยมีผู้ร่วมงานมากกว่า 300 คน

 

นายณภัทร ชุ่มจิตตรี กล่าวว่ายินดีที่ได้กลับมาพูดคุยกับน้อง ๆ วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ โดยตนฝากถึงน้องๆ ว่า “เยาวชนปัจจุบันต้องกล้าคิดกล้าทำกล้านำกล้าเปลี่ยน” พร้อมถามเยาวชนว่ามีเรื่องใดต้องการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นบ้าง เช่น ยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้ามันเป็นวิถีชีวิตของประชาชนกลุ่มหนึ่ง และในหลายประเทศ พอมันฝืนวิถีชีวิตประชาชน มันก็เกิดการลักลอบใช้ ลักลอบขาย ช่องทางทําให้เกิดธุรกิจผิดกฎหมาย เกิดส่วย เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ เกิดการขายกันอย่างทั่วไป นอกจากนั้นยังชี้อีกหลายประเด็นที่อยากให้เยาวชนตั้งคำถาม เช่น การเล่นไพ่ ที่ควรมีกฎหมายคุ้มครองให้เป็นสันทนาการในครอบครัวเฉพาะช่วงเทศกาล, ประเพณีวัวลานที่สร้างมูลค่าให้เกษตรได้จริง และซื้อขายแอลกอฮอล์เดลิเวอรี่

 

ทั้งนี้นายณภัทร ชุ่มจิตตรี ยังกล่าวว่าหากมีโอกาสส่งเสริมเยาวชนในจังหวัดประจวบฯ อยากให้เยาวชนที่ความรู้ด้านการท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้เข้าสู่จังหวัดต่อไป

 

#ภาคกลางไทม์

มิว สเปซ ผนึก OneWeb ลุยบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ครอบคลุมใน 6 ประเทศอินโดจีน

วันที่ 17 มีนาคม 2566 มาสด้าเตรียมจัดแสดงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนายนตรกรรม ภายใต้แนวคิด Multi-solution Technology ในงานมอเตอร์โชว์ พร้อมนำรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่น ทั้งรถยนต์นั่ง Mazda2, Mazda3, รถครอสโอเวอร์เอสยูวีตระกูล CX-Series, รถปิกอัพ บีที-50 และรถยนต์รุ่นพิเศษ Mazda Carbon Edition นำมาให้เลือกสรรพร้อมเป็นเจ้าของด้วยข้อเสนอสุดพิเศษครั้งเดียวในรอบปีที่ไม่ควรพลาด ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ มูลค่า 2,990 บาท เมื่อจองภายในงาน มอเตอร์ โชว์ ระหว่างวันที่ 22 มี.ค. 66 – 2 เม.ย. 66 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับไฮไลท์ของบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ที่ถึงนี้ คือการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาจัดแสดงให้ลูกค้าในประเทศไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก โดยรถรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตอันใกล้นี้ ภายใต้ Multi-solution Technology 

 

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้มาสด้าสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อมอบทางเลือกให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ตามกลยุทธ์ Mazda Building Block ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัวของรถรุ่นต่างๆ ในต่างประเทศในช่วงก่อนหน้านี้ อาทิ Mazda CX-60 PHEV ในยุโรปและออสเตรเลีย, Mazda MX-30 e-Skyactiv R-EV ในยุโรป และ Mazda CX-90 PHEV ในอเมริกาและออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวทางการเดินหน้าสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตนี้ โดยมาสด้าคาดว่าภายในปี 2030 จะมีสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 25% ถึง 40%  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อวิสัยทัศน์ในการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนตามแนวทาง Sustainable Zoom-Zoom 2030

 

ด้วยเหตุนี้ สำหรับในประเทศไทย มาสด้าจึงได้นำเทคโนโนโลยีมาจัดแสดงในงานมอเตอร์ โชว์ 2023 เพื่อแสดงออกถึงแนวทางในการก้าวสู่อนาคต มาสด้าเรียนเชิญชวนลูกค้าและแฟนๆ ทุกท่าน เข้ามายลโฉมกันที่บูธมาสด้าได้ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 66 – 2 เม.ย. 66 หรือเพียง 12 วัน เท่านั้น และนอกจากรถไฟฟ้าที่นำมาจัดแสดงแล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาสด้ามาจัดแสดงครบทุกรุ่น ไม่เพียงเท่านี้ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อรถมาสด้าภายในงานฯ รับข้อเสนอสุดคุ้มครั้งเดียวในรอบปี รวมถึงของพรีเมี่ยมสุดพิเศษกับเครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น FP-F30TA-A มูลค่า 2,990 บาท4 (จำนวนจำกัด) เมื่อจองรถในงานฯ 5,000 บาท และรับรถภายใน 30 เม.ย. 66 โดยข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน มีดังต่อไปนี้

 

➢ Mazda2 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition: ดอกเบี้ย 0%1, ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 26,500 บาท2 ตัวเลือกที่ 2 ดาวน์เริ่มต้น 29,950 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 2.19%1 พร้อมรับ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 26,500 บาท2, ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) มูลค่าสูงสุด 38,515 บาท

 

➢ Mazda3 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition: ดอกเบี้ย 2.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 27,100 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,007 บาท

 

➢ Mazda CX-3 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition: ดอกเบี้ย 2.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 21,500 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,343 บาท3 ตัวเลือกที่ 2 ดอกเบี้ย 1.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 21,500 บาท

 

➢ Mazda CX-30 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition: ดอกเบี้ย 2.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 25,300 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 50,007 บาท3 ตัวเลือกที่ 2 ดอกเบี้ย 1.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 25,300 บาท

 

➢ Mazda CX-5: ดอกเบี้ย 2.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 23,000 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 61,417 บาท

 

➢ Mazda CX-8: ดอกเบี้ย 2.19%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 35,700 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 62,568 บาท

 

➢ Mazda BT-50: รับส่วนลดพิเศษ (จำนวนจำกัด) เพื่อพลิกฟื้นผู้ประกอบการไทยอีกครั้ง สำหรับ Mazda BT-50 DBL 1.9 S Hi-Racer พิเศษเพียง 729,000 บาท5 (จากราคา 891,000 บาท) หรือ ดาวน์เริ่มต้น 19,000 บาท1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง2 สำหรับ Mazda BT-50 DBL 1.9 S Hi-Racer ราคาปกติ 891,000  บาท

 

➢ Mazda MX-5: ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี มูลค่า 47,200 บาท2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS) มูลค่าสูงสุด 59,432 บาท

โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านพลาสมาและเทคโนโลยีฟิวชัน ระหว่าง ปตท. และ สทน.

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ซ้าย) และ ดร.หาญณรงค์ ฉ่ำทรัพย์ รองผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) (ขวา) ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านพลาสมาและเทคโนโลยีฟิวชัน ระหว่าง ปตท. และ สทน.

 

โดยมีผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน การผนึกกำลังของ ปตท. และ สทน. ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อร่วมมือกันในด้านการวิจัยและพัฒนาพลาสมา เทคโนโลยีฟิวชัน และห้องปฏิบัติการขั้นสูง

 

โดยมุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการวิจัยและพัฒนาด้านพลาสมาและเทคโนโลยีฟิวชันในอาเซียนภายในปี พ.ศ. 2570 รวมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ระหว่าง ปตท. และ สทน.

 

ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสอดรับกับเป้าหมายของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งมั่นแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ที่มีศักยภาพในการบรรลุเป้าหมายการเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

 

เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืน ที่พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชนและสังคมต่อไป

 

 

ทำประโยชน์ให้การท่องเที่ยว "กัมพล" ประธานบริษัทนงนุช รับเครื่องราช ชั้นจตุตถดิเรกคุณาภรณ์

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาที่ ห้องประชุมจรุวัสตร์ ชั้น 10การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานบริษัทนงนุช วิลเลจ จำกัด เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชั้นจตุตถดิเรกคุณาภรณ์ ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

 

ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 2 ข เนื่องจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้ ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติตามขั้นตอนการปฏิบัติของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ดำเนินการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2564 ให้แก่บุคคลภายนอกผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

ที่มา : สยามโฟกัสไทม์

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแสวงหาโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจ E-Truck และ E-Mobility ครบวงจร และธุรกิจอื่นๆ

นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (กลาง) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแสวงหาโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจ E-Truck และ E-Mobility ครบวงจร และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย

 

โดยมี นายเอกชัย ยิ้มสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (Arun Plus) (ที่ 2 จากซ้าย) Mr. Da Rui (ดา รุย) Managing Director Southeast Asia, SANY Heavy Industry (Thailand) Co., Ltd. (SANY) (ที่ 2 จากขวา) คุณ ฉกาจ แสนจัน Chief Executive Officer, Leadway Heavy Machinery Co., Ltd. (Leadway) (ซ้ายสุด) และ Mr. Ho Howe Tian (โฮ ฮาว เทียน) Managing Director ASEAN, Rootcloud Technology Co., Ltd. (Rootcloud) (ขวาสุด) ร่วมลงนาม

 

ความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับการผลิต ช่องทางการขาย และการจัดจำหน่าย E-Truck และเทคโนโลยี E-Mobility ในไทยและภูมิภาคอาเซียน สอดคล้องกับแผนการลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ตามทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และกลยุทธ์ New S-Curve ของ ปตท. ในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน

 

ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายขนส่งทั้งหมดของประเทศไทยและระบบขนส่งเชื่อมต่อระหว่างประเทศ อาทิ การขนส่งสินค้าทางราง ทางทะเล ทางบก และทางอากาศ E-Truck และ E-Mobility

 

จึงมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ ช่วยขับเคลื่อนระบบการขนส่งของไทยไปสู่การเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจรต่อไป

นายเรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี ทนายความ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณียื่นฟ้อง นายอัจฉริยะ

นายเรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี ทนายความ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณียื่นฟ้อง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ข้อหาหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท ต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 ว่า

 

คดีนี้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 10 เมษายน 2566 เวลา 09.00 น. ซึ่งทีมทนายความ ได้มีการซักซ้อมพยานและแสวงหาหลักฐานเพิ่มเติมพบว่า รูปคดีฝ่ายโจทก์มีข้อมูลเพียงพอที่จะสามารถเอาผิดจำเลยได้ โดยสามารถตัดพยานบางปากออกไปได้เพื่อความรวดเร็วในพิจารณาคดีของศาล

 

นายเรืองศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในการไลฟ์สดของนายอัจฉริยะ บางครั้งมีการนำภาพของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ตร มาประกอบการอ้างอิงต่างๆนานาด้วย จึงเป็นประเด็นที่ทีมกฎหมายต้องนำสืบข้อเท็จจริงต่าง ๆ หักล้าง

 

โดยเห็นสมควรต้องนำพยานที่ถูกพาดพิง ขึ้นเบิกความต่อศาลด้วยตัวเอง เพื่อประกอบการบรรยายพฤติการณ์การกระทำผิดต่างๆของนายอัจฉริยะ ตามคำฟ้อง และคิดว่า เป็นประโยชน์ต่อตัวของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ที่ถูกกล่าวพาดพิงด้วย ทีมกฎหมายจึงได้บรรจุชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ไว้ในบัญชีพยาน

 

โดยที่ยังไม่ได้แจ้งให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ทราบ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีมกฎหมายพยายามประสานงานไป แต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อ พบปะ พูดคุย หรือแจ้งให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ทราบได้ การดำเนินการต่อจากนี้ก็จะได้มีการประสานและชี้แจงเหตุผลความจำเป็นให้กับพยานแต่ละท่านทราบ แต่หากพยานท่านหนึ่งท่านใดไม่ประสงค์จะขึ้นเบิกความ ก็สามารถถอนรายชื่อออกไปจากบัญชีพยานได้

 

อีกไม่นาน สะพานขึงรถไฟแห่งแรกของไทย

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน บูรณาการเชื่อมโยงระบบรางให้ปลอดภัย ทันสมัยและประหยัดเวลาเพื่อรองรับการเดินทาง ท่องเที่ยว ขนส่งสินค้าและบริการ ล่าสุด สะพานขึงรถไฟแห่งแรก และมีความยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางสายใต้ ช่วงนครปฐม–ชุมพร อยู่ในสัญญาที่ 1 นครปฐม-หนองปลาไหล มีความคืบหน้าการก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

.

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า เมื่อสะพานรถไฟแบบคานขึงข้ามแม่น้ำแม่กลอง จะกลายเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจ.ราชบุรี เนื่องจากมีรูปลักษณ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากสะพานรถไฟอื่นทั่วไป โดยสร้างคู่ขนานกับสะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ ขนานไปกับสะพานจุฬาลงกรณ์และสะพานธนะรัชต์ ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มายาวนาน ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง จะเห็นได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้เดินหน้าพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ และในการลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ในที่ 13 มี.ค. นี้ จะได้ติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆ เช่น โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองบ้านโป่งระยะที่ 1 โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำแม่กลอง บริเวณสะพานค่ายหลวง-สะพานเขางู-เบิกไพร โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำแม่กลอง บริเวณสวนสุขภาพชุมชนไกรฤกษ์ ผลการดำเนินงานและแผนการก่อสร้างอาคารภายในโรงพยาบาลบ้านโป่ง โครงการขยายถนน 2 ช่องทางจราจรเป็น 4 ช่องทางจราจร เส้นทางตำบลหนองปลาหมอ-ตำบลเขาขลุง โครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดสี่แยกหัวโป่งเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ช่วยลดอุบัติเหตุ รวมทั้งรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น ทำให้การจราจรมีความคล่องตัวมากขึ้นและช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง และทราบว่ามีพี่น้องประชาชนชาว จ.ราชบุรี มารอต้อนรับการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ สะท้อนถึงการเป็นผู้นำที่ประชาชนยอมรับและลงมือทำอย่างแท้จริง

.

#ภาคกลางไทม์

‘ไทยศรีวิไลย์’ บุกอยุธยา

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วย นางสาวภคอร จันทรคณา รองหัวหน้าพรรค,นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ รองหัวหน้าพรรค ,นายศยุน ชัยปัญญา เลขาธิการพรรค,นายสรกฤช จันทรคณา โฆษกพรรค , นางสาวอรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์ โฆษกประจำหัวหน้าพรรค ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. กทม เขต บางแค ,นางสาวกนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ กุ้งพลอย หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเทอร์ รองโฆษกประจำหัวหน้าพรรค นางสาวอริญรดา สาระชัย นายทะเบียนพรรค,นางสาวกฤษยากร สรชัย ผู้ช่วยเหรัญญิกพรรค,นายอนุรักษ์ อมรเมตตาจิต ผู้ช่วยเลขาธิการพรรค,นายอดิศร สังข์จันทร์ , นายอนวรรช ศรีคำเงิน กรรมการบริหารพรรค พลโท ดร.กฤตภาส คงคาพิสุทธ์ ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานพรรค และ น.ส.ชนิมณฑ์ สืบอ้าย เจ้าหน้าที่พรรค ร่วมลงพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา

.

โดยนายมงคลกิตติ์ และคณะ ได้เดินทางไปยังวัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อสักการะองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นกำลังใจในการสู้ศึกเลือกตั้งต่อไป จากนั้น ได้ร่วมพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และถวายผ้าป่าสามัคคีอุทิศเป็นพระราชกุศล รวมทั้ง ได้ร่วมสนทนาธรรมกับ พระครูสิริชัยมงคล รองเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล โดยทางพระครูสิริชัยมงคล ได้ให้คติธรรมในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนด้วย

.

จากนั้น ได้เดินทางไปชมตลาดน้ำอโยธยา เพื่อเยี่ยมพ่อค้าแม่ค้าในตลาด และสนทนากับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมและซื้อของภายในตลาด ต่อมา ได้ไปสักการะศาลหลักเมืองอยุธยา โดยศาลหลักเมืองอยุธยาหลังปัจจุบัน สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ. 2525 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและปักธงพรรคไทยศรีวิไลย์ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้น ได้เดินทางไปยัง อ.ลาดบัวหลวง เพื่อเข้าร่วมประชุมคัดเลือกตัวแทนพรรคไทยศรีวิไลย์ใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยผลการประชุมปรากฏว่า นายสมนึก จิตรีปลื้ม ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคไทยศรีวิไลย์ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้ง ยังได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ของพรรค คือ นายพชรพล จิตรีปลื้ม เขต 5 (อ.ลาดบัวหลวง อ.บางซ้าย อ.ผักไห่ อ.เสนา) จากนั้น ได้สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองลาดบัวหลวง และได้ลงพื้นที่ตลาดนัดแสงอารี อ.ลาดบัวหลวง โดยมีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ต่างมาให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปกับนายมงคลกิตติ์ เป็นจำนวนมาก

.

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นอดีตราชธานีของไทยถึง 417 ปี มีสภาพปัญหาที่เริ่มจะเหมือนกับกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะมีโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย และมีมลพิษจำนวนมาก โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่เกินมาตรฐานต่อสุขภาพ และบางวันก็มีผลกระทบต่อผู้ป่วยหรือร่างกายอ่อนแอ ทำให้เกิดความวิตกกังวลถึงสุขภาพ ดังนั้น นอกจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมทั้งทางพรรคฯ จะได้มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อที่จะมาช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังมีนโยบายที่สามารถเป็นหลักประกันหากเกิดกรณีที่ไม่คาดฝันคือ โครงการรับประกันชีวิตทุกชีวิตที่เกิดเป็นคนไทย ถ้าเสียชีวิตทุกเหตุการณ์ ทุกกรณี ทุกโรคจะได้รับเงิน 500,000 บาท เพราะทางพรรคฯ ทราบว่า เวลาที่เสียชีวิตมักจะมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก บางคนไม่มีเงินทำศพ ก็ต้องอาศัยไว้วานบรรดานักการเมืองให้มาติดพวงหรีดหรือช่วยออกเงิน ซึ่งพรรคไทยศรีวิไลย์ไม่ต้องการให้เกิดภาพที่ประชาชนต้องติดบุญคุณแบบนี้อีก ซึ่งคาดว่า จะใช้เงินประมาณปีละ 250,000 ล้านบาท เงินนี้มาจากรายได้จากการพนันถูกกฎหมาย ส่วนพี่น้องแรงงาน ที่ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศนั้น ทางพรรคก็ได้มีนโยบายเกี่ยวกับสวัสดิการทางการเงิน โดยการตั้ง ธนาคารแรงงาน ให้กับผู้ใช้แรงงาน กู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ไม่เกิน 2% ต่อปี เพื่อให้แรงงานได้มีเงินในการพัฒนาทักษะ ปลดเปลื้องหนี้สินที่มีจากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ และอาจจะเป็นเงินทุนเพื่อสร้างสตาร์ทอัพรายใหม่ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและประเทศชาติ และมีนโยบายอื่นๆ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชาวอยุธยา เช่น การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 5,000 บาท การเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม. เป็นเดือนละ 3,000 บาท อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เดือนละ 3,000 บาท เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก เดือนละ 3,000 บาท รวมทั้ง นโยบายอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ครัวเรือนละ 150,000 บาท ซึ่งจะทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วอีกด้วย

.

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

.

#ภาคกลางไทม์

ไม่ชิงเก้าอี้ที่ อ่างทอง ชาติไทยพัฒนา ประกาศ ไม่ส่งผู้สมัคร เพราะเป็น มารยาท และไม่อยากให้ใครเสียความรู้สึก

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงทีมเศรษฐกิจของพรรคว่าจะมีนายสันติ กีระนันท์ และนายกนก วงศ์ตระหง่าน รวมทั้งเตรียมเปิดตัวนายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นทีมเศรษฐกิจที่มีความพร้อมทุกมิติ ขุนพลแต่ละด้านครบ แม่ทัพแต่ละด้านก็พร้อม ส่วนด้านการเมืองตนดูแล ด้านสังคม เศรษฐกิจฐานรากนายกนกเป็นคนดูแล ขณะที่ตลาดเงิน ตลาดทุน นายสันติจะเป็นคนดู ครบเครื่องครบถ้วนหมดแล้ว

 

เมื่อถามว่ากำหนดการหาเสียงของพรรค ชทพ. อย่างไร นายนิกร กล่าวว่า เราจะออกไปนำเสนอนโยบายและไปปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นฐานที่มั่นที่ซีลหมดแล้วทุกสนามเคาะแล้ว ใครจะเข้าไปก็ได้ลองดู และเราจะกลับไปอีกรอบหนึ่งคือเราจะแพ้ไม่ได้ ป้องกันด้วยชีวิต พื้นที่อื่นในภาคกลางจะไปที่ จ.เพชรบุรี และภาคเหนือที่ จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอนก็มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ค่อนข้างที่มีน้ำหนัก ภาคอีสานมีพื้นที่หลักคือ จ.ร้อยเอ็ด และพื้นที่อื่นอีก 3-4 จังหวัด ส่วนพื้นที่ภาคใต้อาจส่งบางเขต นอกจากนี้ เราจะไม่ส่ง จ.อ่างทอง และบุรีรัมย์ เพราะเป็นเรื่องของมารยาท และไม่อยากให้ใครเสียความรู้สึก

 

ส่วนของ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จะเน้นเรื่องนโยบายเป็นหลัก เราจะไม่สู้นโยบายลดแลกแจกแถม เพราะเราไม่เห็นด้วย ซึ่งจะส่งผลยาวนานมากในอนาคต และเท่าที่ดูยังไม่เห็นใครทำตามกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการแจงที่มาของเงิน การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ และการวิเคราะห์ผลตอบแทน ทางพรรค ชทพ. ทำเสร็จเรียบร้อยตามที่ประกาศไป 10 ข้อ และต้องฟังความเห็นจากท้องถิ่น ไม่ใช่คิดกันในห้องกระจกแล้วไปแถลง

 

นายนิกร กล่าวว่า หากยุบสภาฯ แล้วทางพรรคจะไปคุยกับสาขาว่านโยบายของพรรคมีการตอบสนองอย่างไร โดยจะจัดเป็นกิจกรรมตามที่กฎหมายกำหนด ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เราจะเลือกคนเหล่านั้นไปทำงานต่อ ซึ่งตั้งเป้าไว้อาจจะได้ 10-12 คน คาดว่าจะได้ ส.ส.ประมาณ 25 คน

 

โดยพรรค ชทพ. จะเน้นนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ประชาชนจึงต้องช่วยเลือกเราเข้ามาตามสมควร เพื่อจะได้ไปร่วมรัฐบาล

 

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค ชทพ. และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ เรา อาจจะไม่ได้เป็นนายกฯ แต่จะได้เข้าไปทำนโยบายให้เกิดได้จริง

 

ถือเป็นกระบวนการมุ่งไปสู่นายกฯ ไม่ใช่ไปเป็นนายกฯ จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันเลือก ถ้าชอบสิ่งแวดล้อม ก็เลือกพรรค ชทพ.

 

เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่ารัฐบาลมีอำนาจใช้งบประมาณและอำนาจเพื่อเนียนหาเสียงเลือกตั้งได้ นายนิกร กล่าวว่า ในทางพฤตินัยทำได้ แต่ถ้ามีปัญหามากก็จะมีผลสะท้อนกลับได้เหมือนกัน คือสามารถทำได้จริง แต่เมื่อยุบสภาฯ แล้วทำไม่ได้ โครงการหลักใหญ่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เท่าที่จำเป็น เดี๋ยวจะมีปัญหาถูกร้องได้

 

เท่าที่รู้ เหลือประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งเดียว สามารถทำได้แต่มีขอบเขตทางด้านจิตใจอยู่ ส่วนขอบเขตทางด้านการเมืองหากเลยไปข้างหน้ามากๆ ก็หกล้มได้เหมือนกัน

 

 


© Copyright 2022, All rights reserved. Klang Time Thailand
Take Me Top